สโมสรเพื่อนตะวันออก

peunpeuntawanok.forumsmotion.com


You are not connected. Please login or register

กลุ่มเกษตรอินทรีย์อำเภอสนามชัยเขต

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down  ข้อความ [หน้า 1 จาก 1]

ที่มา นิทรรศการ (น่า)อยู่ ยั่ง(ยืน) บางคล้า ๒/๑๐๘

ตลาดสีเขียว “หนทางสู่ความยั่งยืน”
โดย คุณนันทวัน หาญดี และ คณะ
ที่เราได้ดำเนินการ และรับรองโดยสำนักงานเกษตรอินทรีย์ไทย ประมาณ ๓๐ ครอบครัว พื้นที่การผลิต ๑,๓๐๐ ไร่ โดยมีข้าวที่ปลูกหลายพันธุ์ อย่างเช่น มะลิแดง, เหลืองปะทิว – ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวพื้นบ้าน และเป็นข้าวสายพันธุ์หนัก ต้องปลูกเฉพาะในพื้นที่นาลุ่มเท่านั้น และเก็บเกี่ยวช้าที่สุด เป็นข้าวจ้าวที่เมล็ดยาว เนื้อแข็งร่วน ลูกค้าสำคัญคือตลาดยุโรป เช่น สวิตเซอร์แลนด์โดยที่มีความต้องการปีละ ๑๐ ตันข้าวสาร แต่ทางเราไม่สามารถทำได้ เพราะต้องเป็นพื้นที่นาลุ่มจริงๆ อย่างอื่นก็มี เช่น ข้าวพันธุ์หอมนิล

เบื้องต้นเรามีการส่งเสริมให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มกันภายใน โดยเราได้ใช้กลุ่มออมทรัพย์เป็นเครื่องมือในการสร้างความร่วมมือ และเกิดเวทีพบปะกันทุกเดือน โดยที่ไม่ต้องมีการส่งจดหมายเชิญ โดยที่ทุกฅนที่เป็นสมาชิกจะรู้ เช่น ทุกวันที่ ๒ ก็จะมารวมกันเอง มีการตั้งประธาน ในขณะเดียวกันก็จะเป็นเวทีแบ่งปันข้อมูล ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ เสริมแนวคิดเรื่องการปรับเปลี่ยนระบบการผลิต จากเดิมที่ใช้สารเคมีซึ่งมีผลกระทบกับดิน ดินมีความอุดมสมบูรณ์ลดลง ต้นทุนการผลิตก็สูงขึ้น สุขภาพก็แย่ลง ทางเลือกทางออกเป็นอย่างไร สามารถทำเกษตรอินทรีย์ได้ไหม ดีต่อสิ่งแวดล้อม ดีต่อสุขภาพตนเอง ดีต่อสุขภาพผู้บริโภคที่อยู่ปลายทางด้วย เป็นการค่อยๆเสริมกระบวนการเรียนรู้ เมื่อสมาชิกเองเห็น และคิดว่าเป็นทางออก ก็จะมีกลุ่มที่สนใจจริงๆเข้าร่วม และมีการรวมกลุ่มที่จะเลิกใช้สารเคมี โดยไม่มีการผ่อนปรนค่อยๆลด แต่เลิกเลย โดยให้ความรู้ในการปรับปรุงดิน เช่น การใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ การใช้ปุ๋ยพืชสดร่วมด้วยแบบผสมผสาน เพราะว่า “หัวใจของเกษตรอินทรีย์ คือ การปรับปรุงบำรุงดิน” เพราะว่าถ้าดินดีก็จะมีผลดีทำให้ต้นพืชแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันโรคในตัวเอง

การดำเนินงานในหลักที่ว่าสมาชิกต้องเป็นเจ้าของ ร่วมกันถือหุ้น ในลักษณะของสหกรณ์ แต่ไม่ได้จดทะเบียน มีการเลือกกรรมการขึ้นมาเป็นกรรมการบริหาร ซึ่งเป็นการส่งเสริมตั้งแต่ขั้นการผลิต การแปรรูป และ การตลาด “ทั้งระบบ” โดยในด้านการตลาดเราได้มีการประสานความร่วมมือกับองค์กรเพื่อนที่มีประสบการณ์ด้านการทำตลาดเกษตรอินทรีย์ เช่น สหกรณ์กรีนเน็ท ที่เป็นองค์กรที่มีประสบการณ์ด้านการค้าผลผลิตเกษตรอินทรีย์ โดยเริ่มจากฐานเรื่องข้าว และขยายความร่วมมือไปสู่การผลิตข้าวที่เป็นสายพันธุ์ที่ทางอีสานไม่สามารถผลิตได้ เช่น ข้าวที่มีศักยภาพ อาธิ มะลิแดง ถ้ามีการปลูกในบริเวณแปลงข้าวมะลิ๑๐๕ ก็จะเกิดการกลายพันธุ์ได้ เพราะฉะนั้นต้องดูภูมินิเวศว่าแต่ละท้องถิ่นมีศักยภาพแบบไหน มีจุดแข็งในเรื่องอะไร

ส่วนผลผลิตอย่างอื่นเราก็ส่งเสริมด้วย เช่น ผักพื้นบ้าน ซึ่งเป็นผักตามฤดูกาล แล้วก็มีคุณค่าทางอาหาร รวมทั้งเป็นสมุนไพรด้วย ซึ่งดีต่อสุขภาพในการกินอาหารที่หลากหลาย และเป็นไปตามฤดูกาล เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ได้เกิดจากการกระตุ้นหรือเร่งให้ออก โดยในวันนี้ข้อมูลทางการแพทย์ในประเทศไทยยืนยันว่าการเป็นโรคมะเร็งมาเป็นอันดับ๑ แล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากการบริโภคอาหารที่มีสารตกค้างและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้นเราจึงเริ่มส่งเสริม และมีการขยายเรื่องของตลาดสีเขียว – ตลาดที่เราสนับสนุนให้ผลผลิตที่ไม่ใช้สารเคมีเข้าสู่ตลาด และก็ร่วมมือกับผู้ประกอบการรายย่อย และร้านค้าเพื่อสุขภาพในลักษณะนี้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหม่ในเมืองไทย

ตัวดิฉันเองเป็นฅนนครปฐม แต่เมื่อเรียนจบแล้วอยากทำงานชุมชน อยากทำงานกับพี่น้องที่ขาดโอกาสทางสังคม เพื่อให้ได้รับการพัฒนา และมีโอกาสในการกำหนดทิศทางการพัฒนาด้วย ก็ได้มาทำงานในพื้นที่ อ.สนามชัยเขต ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๘ เป็นอาสาสมัครมาช่วย มาเรียนรู้ และหลังจากนั้นก็ได้ทำงานฝังรากลึก ก็ทำงานกับชาวบ้านในหลายหมู่บ้าน โดยเริ่มจากหมู่บ้าน ค่อยๆขยายไปในอีกหมู่บ้าน และก็สร้างขบวนการกลุ่มเล็กๆแต่ทำสิ่งที่ดีที่เป็นประโยชน์ สร้างการเปลี่ยนแปลงในครอบครัว และชุมชน ในทิศทางที่ยั่งยืน และก็พึ่งตนเองได้ ที่สำคัญเล็กๆแล้วมีพลังต่อการเปลี่ยนแปลง สร้างสังคมใหม่ สร้างทางเลือกใหม่ ก็ได้ทำตรงนี้มาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยลงลึกในเรื่องระบบการผลิต ระบบการส่งเสริมที่มุ่งเน้นในเรื่องเกษตรเพื่อสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

ในวันนี้ได้นำผักสดๆจากฟาร์มสมาชิก อย่างเช่นอันนี้ “ดอกกระเจียว” หรือเรียกว่า “ดอกดิน” ที่มีเสน่ห์มาก อร่อย มีรสชาติเฉพาะตัว มีกลิ่น มีรสเฉพาะ ช่วยขับลม ทำให้ระบบการย่อยอาหารดีขึ้น โดยจะนำไปแกงส้มก็ได้ ต้มจิ้มน้ำพริก คั่วไก่ สารพัดเมนูที่ปรุงอร่อยๆ คิดว่าพี่น้องบางคล้าต้องมีฅนรู้จักผักพวกนี้ เพราะในอดีตเป็นพันธุ์พืชท้องถิ่นแถบนี้ แต่เนื่องจากระบบการผลิตที่เข้ามาทำเพื่อการค้า ก็ทำให้ต้องถูกกำจัดออกไปจนหมดท้องถิ่นบ้านเรา แต่ทางโน้น (สนามชัยเขต) เราเรียนรู้และเข้าใจ แล้วก็สร้างการเรียนรู้ร่วมกัน และให้เห็นความสำคัญ มีการอนุรักษ์ และฟื้นฟูกลับมาใหม่ โดยพืชเหล่านี้ไม่ได้หามาจากในป่าแล้ว แต่พืชพรรณเหล่านี้ถูกนำมาสร้างใหม่เป็นป่าของครอบครัว เป็นป่าที่กินได้ เป็นพืชผักพื้นบ้านที่ปลูกไว้รอบๆบ้านสำหรับกินแล้วที่เหลือไปขาย

โดยที่ตลาดสีเขียวต้องมีการคิดทั้งระบบ โดยเริ่มจากผู้ผลิต ผู้บริโภคที่อยู่ในท้องถิ่น ใกล้ชิดกัน แล้วเส้นทางการเดินทางของผักไม่ต้องเดินทางไกล ไม่สิ้นเปลืองพลังงานที่มีส่วนทำให้เกิดภาวะโลกร้อน เพราะฉะนั้นตลาดสีเขียวยิ่งอยู่ใกล้เท่าไหร่ยิ่งดี และมีส่วนช่วยในเรื่องสิ่งแวดล้อม ลดต้นทุนทำให้ราคาผลผลิตไม่แพง ก็ดีหลายๆเรื่อง เช่น ลดบรรจุภัณฑ์ หรือใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ และเราก็ส่งเสริมสมาชิกหรือผู้บริโภคที่เข้าใจ และสนับสนุนผลผลิตอินทรีย์ของพวกเราให้ใช้ถุงผ้า นำถุงผ้ามาจ่ายตลาด

เรียกว่าระบบของตลาดสีเขียวทำอย่างไรก็ได้ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เพื่อให้เราได้อยู่ร่วมกันกับโลกใบนี้ไปนานๆ และก็ใช้พลังงานให้น้อยที่สุด ลดร่ายจ่ายให้ต่ำที่สุด – ขอขอบคุณ พี่นันทวัน

ดูข้อมูลส่วนตัว http://peuntawanok.forumsmotion.com
ป๋ากำลังพาทุกคนในบ้านเข้าคอร์สอาหารสุขภาพ
ลดเนื้อสัตว์ กินผักพื้นบ้าน ถั่วงาสารพัด ข้าวโพด เผือก
เมื่อเช้าเอาผักแต้วคลุกสลัด ก็กินได้นี่หว่า
แค่ทำเป็นลืมๆไป รสชาติก็เหมือนกินผักตามห้าง
1 สัปดาห์ผ่านไป
แม่น้ำหนักลดไป 2 กิโลแล้ว Very Happy อาการหอบหืดน้อยลง
ลุ่มน้ำเรานอกจากจะสัมมาชีพแล้ว ยังสัมมาสุขภาพด้วย
ขอบคุณพี่ที่เอาเรื่องราวดีๆมาอัพเดทจ้า

ดูข้อมูลส่วนตัว

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน  ข้อความ [หน้า 1 จาก 1]

Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ