สโมสรเพื่อนตะวันออก

peunpeuntawanok.forumsmotion.com


You are not connected. Please login or register

เรื่องเล่าจากพี่นันทวัน (กลุ่มเกษตรอินทรีย์ สนามชัย) ในตลาดเพื่อสุขภาพ บางคล้า ฉะเชิงเทรา ๓๑/๐๗/๕๓

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down  ข้อความ [หน้า 1 จาก 1]

เรื่องเล่าจากพี่นันทวันในตลาดเพื่อสุขภาพ บางคล้า ฉะเชิงเทรา ๓๑/๐๗/๕๓

จากผลกระทบโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ EIA ผ่านแล้ว ตอนนี้โรงไฟฟ้าต้องทำตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๖๗ วรรค ๒ สิทธิชุมชน คือโรงไฟฟ้าต้องศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพและต้องผ่านความเห็นชอบจากองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งองค์การอิสระที่ว่าเพิ่งได้รับการเลือกตั้งเมื่อ๒ เดือนที่ผ่านมาเอง และยังไม่ได้ทำบทบาทนี้อย่างเต็มศักยภาพของคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งคิดว่าน่าจะเริ่มต้นกระบวนการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญหลังจากนี้ ส่วนโรงไฟฟ้าก็จะยังไม่สามารถดำเนินการขออนุญาตก่อสร้างจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และการขอใบอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับพลังงาน นั่นหมายความว่าแม้รายงาน EIA จะผ่านแล้วก็ตาม แต่โรงไฟฟ้ายังไม่สามารถก่อสร้างได้นี่คือเหตุผลที่พี่น้องของเราเริ่มเคลื่อนตัว รวมตัวกันเพื่อแสดงพลัง และส่งเสียงบอกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รับทราบ ข้อเสนอที่เรายื่นต่อทางจังหวัดมี ๓เรื่องสำคัญ

เรื่องแรกคือ ให้ย้ายโรงไฟฟ้าไปที่อื่นซึ่งอันนี้เป็นมติร่วมกันกับเครือข่ายต่างๆ (ทางกลุ่มเกษตรอินทรีย์และเครือข่ายติดตามผลกระทบโครงการโรงไฟฟ้าเขาหินซ้อนเรามีความเห็นว่าเราต้องการให้ยกเลิกโครงการแต่เราก็รับมติตามกลุ่ม) เหมือนกับที่พี่น้องชาวบางคล้าสามารถย้ายโรงไฟฟ้าพลังก๊าซธรรมชาติที่จะสร้างบริเวณเสม็ดเหนือเสม็ดใต้ ของบางคล้าไปที่ อ.วังน้อย จ.อยุธยา ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ

๒.ให้ผู้ว่าทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รับทราบข้อเรียกร้องจากตัวโครงการที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้า

๓. วันที่เรามีการชุมนุมและปิดถนน ทางโรงไฟฟ้าได้ดำเนินการจัดเวทีขึ้นเหมือนเราแล้วไปเกณฑ์คนงานของโรงๆฟฟ้าซึ่งมีทั้งแรงงานต่างชาติมาชุมนุมด้วย ดังนั้นเราจึงต้องการเสนอให้ทางราชการดำเนินการตรวจสอบผู้สนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้า ว่าเป็นใคร เป็นคนที่อยู่ในโครงการเอง เป็นคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เป็นคนที่อยู่นอกโครงการ นอกพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งเป็นแรงงานต่างชาติด้วยหรือไม่ ทั้งหมดนี้เป็นข้อเสนอทั้งสามข้อที่เรายื่นไป

แล้วก็สุดท้าย พี่น้องทุกคนก็ได้มีฉันทามติ เห็นชอบในแนวทางการยื่นร้องต่อศาลปกครอง ให้มีคำสั่งให้โครงการโรงไฟฟ้าดำเนินการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา๖๗วรรค๒ให้เสร็จสิ้นตามกระบวนการเหล่านั้นก่อน ซึ่งจะดำเนินการยื่นข้อเรียกร้องนี้ในวันที่๕ ตามที่พี่น้องได้มีการเคลื่อนตัวไปที่กรุงเทพเพื่อยื่นหนังสือต่อศาลปกครองเพื่อฟ้องร้องต่อทางฝั่งโครงการ

อันนี้เป็นเรื่องที่เล่าสู่ต่อพี่น้องบางคล้าเพื่อรับทราบ แต่ที่นันพูดว่าตลาดเพื่อสุขภาพหรือกลุ่มเกษตรอินทรีย์ซึ่งทำการผลิต ผักผลไม้ ข้าว ที่เป็นอินทรีย์ ได้รับการรับรองมาตรฐาน ข้าวของเราเดินทางไปสหภาพยุโรปมา ๕ ปีแล้ว สิ่งเหล่านี้จะพังทลายไปทั้งหมดเลยรวมทั้งตลาดเพื่อสุขภาพ รวมทั้งพี่น้องร้านค้าในตลาดเพื่อสุขภาพที่พยามจะผลิตอาหารที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ จะไม่สามารถดำเนินการได้เลย เพราะสภาพแวดล้อมมันจะเปลี่ยนแปลงไป ครอบคลุมไปด้วยมลพิษ ละอองที่สะสมในอากาศ ก๊าซซัลเฟอไดออกไซด์ ที่ทำให้เกิดภาวะฝนกรด ไนโตรเจนออกไซด์ที่ทำให้เกิดโอโซนที่เมื่อเราสูดดมเข้าไปแล้วจะไปทำลายเนื้อเยื่อปอด ทำลายเนื้อเยื่อหลอดลมของเรา สุดท้ายสิ่งแหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นสารอะไร สุดท้ายมันจะส่งผลให้เราเป็นโรคทางเดินหายใจ ซึ่งจะเป็นปัญหาต่อสุขภาพที่เรื้อรังและทำลายสุขภาพที่ดีของเราลงไปทุกวันๆ และลูกหลานของเราในอนาคตจะกลายเป็นคนเจ็บปวด จะไม่มีคนที่มีสุขภาพดีอยู่ได้เลยท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ
ที่โรงไฟฟ้ากล่าวอ้างว่าสามารถที่จะดักจับฝุ่นละออง รวมทั้งซัลเฟอไดออกไซด์ ไนโตรเจนไดอกไซด์ก็ตาม คิดว่าหลังห้าปีไปแล้วเทคโนโลยีเหล่านี้ก็จะต้องเสื่อม การทำงานก็จะต้องลดประสิทธิภาพลง แต่สิ่งสำคัญที่เรากังวลคือปริมาณมลพิษที่มันสะสมในอากาศ จนถึงจุดหนึ่งอากาศของอำเภอสนามชัย อำเภอพนมฯ อำเภอบางคล้า หรือทั้งจังหวัดฉะเชิงเทรา จะไม่สามารถรองรับมลพิษได้อีกแล้ว เหมือนกับกรณีที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง ๒๐ กว่าปีของการพัฒนาอุตสาหกรรมชายฝั่งภาคตะวันออก

ระยองเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดเห็นชัดเจนที่สุดเพราะโครงการขนาดใหญ่ต่างๆเหล่านั้นล้วนปฏิบัติตามกฎหมาย ผ่านรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทุกโครงการ แล้วก็มีการรับประกันด้วยว่า จะไม่มีการปล่อยผลกระทบด้านมลพิษออกสู่อากาศ ดิน และน้ำ แต่วันนี้สภาพอากาศของระยอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาบอกแล้วว่าอากาศไม่สามารถที่จะรองรับมลพิษได้อีกแล้ว นั่นหมายความว่าวันนี้นโยบายของรัฐบาลบอกว่า ระยองไม่สามารถมีโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ๆ ไปลงทุนได้อีกแล้ว เพราะว่าอากาศที่นั่นไม่สามารถที่จะรับมลพิษเพิ่มอีกแม้สักนิดก็ไม่ได้อีกแล้ว ชายฝั่งทะเลที่ถูกกัดเซาะ น้ำทะเลที่เริ่มเน่าเสียและปนเปื้อนสารเคมี เราอาจจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ถ้าเราเอาน้ำทะเล หรือสิ่งมีชีวิตในทะเล รวมทั้งทรายที่อยู่ก้นหาดในท้องทะเลซึ่งวันนี้มันไม่ใช่ทรายแล้ว มันเป็นขี้เถ้าถ่านหินซึ่งดำไปหมดเลย ภายใต้ท้องทะเลที่ระยอง พี่น้องที่ระยองเราถึงได้กินหอย หอยแมลงภู่ที่กรมอุตสาหกรรมส่งเสริมชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อลดกระแสการต่อต้าน โดยการเลี้ยงหอยแมลงภู่เพราะหอยแมลงภู่จะทนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษได้ดี เพราะฉะนั้นการที่เรากินหอยจากระยองก็มีความสุ่มเสี่ยงต่อการที่มลพิษจะเข้ามาสะสมในร่างกายของเรา เพราะฉะนั้นพี่น้องที่ระยองที่รักกันก็จะบอกเลยว่าอย่ากินอาหารทะเลจากระยอง เพราะฉะนั้นนี่คือประเด็นปัญหา

เราไม่อยากให้จังหวัดฉะเชิงเทราเราเปลี่ยนจากพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากลายของฐานเกษตรทั้งข้าว พืชผักไม้ผล การเพราะเลี้ยงปศุสัตว์ต่างๆ ซึ่งเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ ฐานการพึ่งตนเองที่สำคัญ เราภูมิใจอย่างมากที่จังหวัดฉะเชิงเทราของเราเปรียบเป็นเหมือนครัวของประเทศไทย อาหารหลากหลายมากจากฉะเชิงเทราที่ผลิตนอกจากเลี้ยงคนในท้องถิ่นแล้ว ผลผลิตจากฉะเชิงเทราเราได้เลี้ยงดูผู้คนในประเทศไทยด้วย ผลผลิตของเราบางชนิดเดินทางไกลไปต่างประเทศ อย่างกุ้งกุลาที่เพาะเลี้ยงกันมากที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เดินทางไปต่างประเทศ มะม่วงน้ำดอกไม้คุณภาพดีที่สุด มีชื่อเสียงที่ญี่ปุ่นยอมรับการันตีให้เลยว่าน้ำดอกไม้ที่อำเภอบางคล้าเป็นสุดยอดของมะม่วงเป็นมะม่วงที่อร่อยที่สุด รสชาติดีที่สุด แต่สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นตำนาน จะเป็นนิทานที่แค่พ่อแม่เล่าสู่ให้ลูกฟัง แล้วลูกก็นึกไม่ออกว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นจริงได้ยังไงเพราะสิ่งที่เขาเห็นอยู่ รอบตัวเขาในปัจจุบันมีแต่สวนที่เสื่อมโทรมและสวนต่างๆ ที่ต้องทำลายตังเอง ต้องปิดตัวเองลงกลายเป็นสวนร้าง ต้องเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น เพราะมลพิษที่มันสะสมในอากาศทำให้เกิดฝนกรด แล้วก็มีผลต่อดิน ต่อน้ำ และพืชพันธุ์ธัญญาหารทุกอย่าง เสียหายจากผลกรดสุขภาพของเราที่เจ็บป่วยจากฝุ่นละอองและปัญหาเรื่องของการแย่งใช้น้ำจากโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่

โครงการใช้น้ำปีละ ๑๔ ล้านลบ.ม.แล้วก็ดึงน้ำจากระบบซึ่งเป็นต้นน้ำที่เป็นน้ำจืดจากป่าอ่างฤาไน ไหลลงแม่น้ำบางปะกง ผ่านคลองท่าลาดผ่านบางคล้าไหลลงแม่น้ำบางปะกง ถ้าน้ำตรงนี้ถูกโรงไฟฟ้าซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ใช้น้ำแค่โครงการเดียว ๑๔ ล้าน ลบ.ม.ต่อปี ยังไม่นับรวมอุตสาหกรรมต่อเนื่องในเขตอุตสาหกรรมที่เป็นพื้นที่ประมาณ ๖ พันเกือบ ๗ พันไร่ หลังจากที่โรงไฟฟ้าโรงนี้ตั้งแล้วจะมีโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติขนาด ๘๐๐เมกาวัตต์ตามมาอีกหนึ่งแห่ง แล้วอุตสาหกรรมต่อเนื่องจะมาลงทุนที่นี่ ที่เขตนิคมอุตสาหกรรม ๓๐๔ เพราะฉะนั้นที่เขาหินซ้อนก็จะกลายเป็นศูนย์กลางของมลพิษ อุตสาหกรรมต่างๆ จะเริ่มรุกลงมากว้านซื้อที่ดินของพี่น้องเรา ซึ่งเสียหายจากการเพาะปลูกจากผลกระทบจากมลพิษของอุตสาหกรรมพวกนี้ แล้วอุตสาหกรรมก็จะขยายตัวออกมาเรื่อยๆ

แปดริ้วเราจะไม่เหลือภาพของพื้นที่ผลิตอาหารที่สมบูรณ์อีกแล้ว แต่จะกลายเป็นเมืองอุตสาหกรรม เต็มไปด้วยมลพิษทั้งทางน้ำ ทางอากาศขยะที่เป็นพิษฝุ่นละอองต่างๆ แล้วคิดว่าพี่น้องเราจะตัดสินใจต่ออนาคตอย่างไร เราจะทิ้งบางคล้าทิ้งพนม ทิ้งสนามชัยไปอยู่ที่อื่นหรือ เราจะไปอยู่ที่ไหนกันดี ถึงจะมีคุณภาพชีวิต ถึงจะมีสิ่งแวดล้อมที่ดี แล้วยังชุมชนที่เรามีพี่น้อง มีเครือญาติอยู่กันพร้อมหน้า คิดว่าก็คงจะไม่สามารถละทิ้งถิ่นฐานที่อยู่ของตัวเอง เพื่อไปหาที่อยู่ใหม่ เพื่อไปเริ่มตนชีวิตใหม่ได้แน่นอน เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งที่พี่น้องเราจากสนมชัย จากพนมได้ตัดสินใจต่อสู้กับโรงไฟฟ้า ก็ด้วยเหตุผลนี้ คือปกป้องบ้านซึ่งเป็นถิ่นเกิด ฐานทรัพยากร ที่จะให้ลูกหลานเราสามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข พึ่งตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี และก็คิดว่าเรื่องนี้ที่เล่าสู่กันฟังวันนี้กำลังจะบอกว่าโรงไฟฟ้าสร้างที่เขาหินซ้อน แต่มลพิษมาถึงพี่น้องที่บางคล้า

เพราะฉะนั้นวันนี้ปัญหากำลังคืบคลานมาถึงเราทุกคน ตลาดเพื่อสุขภาพวันนี้นอกเหนือจากเป็นพื้นที่ให้ทุกคนที่สนใจห่วงใยเรื่องสุขภาพ คงจะต้องมาคบคิดหรือแลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูลกันมากขึ้นว่า แล้วเราจะดูแลบ้านเราให้มันปลอดภัยจากโครงการขนาดใหญ่ที่มันจะก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เราจะมาร่วมกันปกป้องไอโครงการขนาดใหญ่ที่จะมาลงทุนในบ้านเรา มาแย่งใช้น้ำ แย่งทรัพยากรเราไปจากลูกหลานของเรา เรายอมได้หรือ เราอาจจะต้องคุยกันแล้วก็มีข้อมูลข่าวสารพวกนี้ ได้แลกเปลี่ยนรับรู้สถานการณ์เพื่อร่วมกันตัดสินใจ ว่าอนาคตข้างหน้าของเรา เราจะเลือกอะไร จะอยู่อย่างไร ฉะนั้นแนวทางในการพัฒนา โครงการพัฒนาต่างๆ คงจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าพวกเราไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ไม่มีส่วนร่วมเข้าถึงข้อมูลข้อเท็จจริง และตัดสินใจร่วมด้วยว่าพื้นที่ของเรา ชุมชนของเรา เราอยากให้พัฒนาไปในแนวทางไหน การให้โครงการขนาดใหญ่เหล่านี้เข้ามาโดยที่เราไม่รู้ เราขอปฏิเสธ แล้วก็ไม่ยินยอมให้โครงการเหล่านี้มาลงทุนในบ้านเรา แล้วประเด็นเหล่านี้ประเด็นเรื่องสิทธิชุมชนที่เราเป็นเจ้าของทรัพยากร เป็นผู้ดูแล เป็นผู้บำรุงรักษาและใช้ประโยชน์ เรามีเป้าหมายว่าเราคือใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน และเพื่ออนาคตของลูกหลานเราด้วย ประเด็นตรงนี้คิดว่าเป็นเรื่องที่ตลาดเพื่อสุขภาพ กลุ่มเกษตรอินทรีย์เองที่วันนี้เราทำงานกับผู้บริโภคในตลาดสีเขียวในกรุงเทพ และในอีกหลายพื้นที่ที่เราเริ่มเปิดตลาด เรื่องประเด็นเรื่องการสื่อสารระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภคเป็นเรื่องที่จำเป็นดังนั้นเรื่องโรงไฟฟ้าที่เขาหินซ้อน ผู้บริโภคของกลุ่มเกษตรอินทรีย์ ที่กรุงเทพฯก็ต้องร่วมกับเราต่อสู้ที่จะไม่ให้โรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดขึ้นที่เขาหินซ้อนด้วย แล้วก็ทุกๆที่ ที่กลุ่มเกษตรอินทรีย์ไปก็จะรณรงค์ให้ทุกฝ่ายร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาด้วยตัวพวกเราด้วย ว่าการพัฒนาประเทศจะต้องยั่งยืน เป็นธรรม แล้วประชาชนต้องมีส่วนร่วม

ถอดเทปมาฝากค่ะ ^^

ดูข้อมูลส่วนตัว

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน  ข้อความ [หน้า 1 จาก 1]

Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ